lotus628.com , lotus628.net
indowynn-register indowynn-deposit indowynn-withdraw
-

“เรื่องของเมื่อวานมันมิอาจจะกลับมาแก้ไขอะไรได้อีก เมื่อเลือกที่จะเดินบนเส้นทางนี้แล้วก็ต้องสู้ต่อทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อที่จะไม่ต้องเกิดความรู้สึกเสียดายว่าทำไมไม่ทำให้ดีที่สุด”
นั่นเป็นคำกล่าวของนักขี่ม้าสาวทีมชาติไทย “ปรีดิ์อัญ” ชนกภรณ์ การุณยธัช นักขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการขี่ม้าไทย เป็นคนแรกที่ผ่านควอลิฟายลงชิงชัยขี่ม้า เวิลด์เกม การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักกีฬาขี่ม้า เมื่อ ปรีดิ์อัญ ทำได้สำเร็จ ก็ทุ่มเทเวลาที่มีเพียงน้อยนิดให้กับการฝึกซ้อม เพราะต้องการจะปิดจ๊อบเรื่องเรียนของตัวเองให้เสร็จสิ้นเพื่อจะได้ทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการฝึกซ้อม และในที่สุดฝันเรื่องก็เป็นจริง ปรีดิ์อัญ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี พ่วงด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 ซึ่งเจ้าตัวก็อึ้งและทึ่งกับผลการเรียนไม่น้อย เพราะเป็นคนที่ไม่ได้ยึดติดกับปริญญา แต่เรียนให้แม่และพ่อเพื่อต่อยอดอนาคตหากไม่ละเส้นทางขี่ม้า

3 เดือนหลังจากสำเร็จการศึกษา “ปรีดิ์อัญ” ทุ่มเวลาที่เหลือให้กับการฝึกซ้อม แข่งขัน และหาอาชาใหม่ที่จะไปลุยเวิลด์เกมด้วยกัน แต่หลังจากที่ตระเวนหามานานหลายเดือน สุดท้ายก็มาได้อาชาตัวใหม่ก่อนแข่งเพียงแค่เดือนเดียว

แน่นอนว่าไม่เพียงพอที่จะทำให้คนกับม้าที่ต้องกระโดดที่ความสูง 165 ซม . นั้นไม่ง่าย เพราะอาชานั้นสุดแกร่งแต่ “ปรีดิ์อัญ” ยังไม่แกร่งเท่าม้า จึงต้องใช้บริการเกลอเก่า “ริกกี้” ลงชิงชัยในศึกเวิลด์เกม ผลที่ออกมาไม่เป็นอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ จนทำให้ ปรีดิ์อัญ รู้สึกท้ออีกครั้ง

แต่เพราะคำสอนของแม่ ว่าถ้าตั้งใจจะเดินบนเส้นทางนี้แล้ว ก็ต้องทำให้ถึงที่สุด จะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียดายว่าทำไมเราไม่ทำมันให้ดี !!!

“ปรีดิ์อัญ ใช้เวลาควอลิฟายไปเวิลด์เกม ไม่นานแล้วเลย เร็วด้วยซ้ำไป และเป็นนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดที่ลงแข่ง เวิลด์เกม ครั้งนี้ ตอนแรกไม่พอใจกับผลงานของตัวเองมากนัก เพราะไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้คือ 1 ใน 60 แต่หลังจากจบการแข่งขันก็กลับมาทบทวนแล้วเราก็ทำดีที่สุดแล้ว บวกกับเพื่อนๆ ที่เป็นนักกีฬาด้วยกัน ก็บอกกับปรีดิ์อัญว่า ครอสการแข่งขันครั้งนี้ยากมาก นักกีฬา 124 คนกระโดดเคลียร์ราวเพียงแค่ 4 คน และ ปรีดิ์อัญ แข่งจบโดยที่ต้องออกจากการแข่ง น่าดีใจ และน่าภูมิใจแล้วกับวัยเพียงแค่นี้ ซึ่งเป็นนักกีฬาอายุน้อยที่สุดในเกมด้วย พอปรีดิ์อัญมานั่งทบทวนว่าเราพลาดอะไร และพลาดได้ยังในการแข่งขัน รอบแรกที่จบอันดับ 100 กว่า แต่รอบที่ 2 ผ่านมาได้ถ้าคิดรอบเดียวก็จะติดประมาณที่ 50 กว่าๆ คือไปพลาดรอบแรก เลยคิดว่าต้องเริ่มใหม่นำเอาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นไปแก้ไข และใช้เวลาที่ปรับตัวให้เข้ากับม้าใหม่ให้เร็วที่สุด”

“ก่อนแข่งเวิลด์เกม ปรีดิ์อัญ ได้พยายามหาม้าใหม่แต่หามา 8 เดือนก็หาไม่ได้จนรู้สึกถอดใจไปแล้ว จนได้มาเจอกับมอแกนก่อนแข่งเพียงแค่ 1 เดือน ตอนแรกตั้งใจจะใช้ม้าใหม่แข่งเวิลด์เกม เพราะม้าตัวนี้กระโดดได้ที่ความสูง 165 ซม . แต่พอซ้อมแล้วยังไม่เข้าขากันเลย คิดว่าถ้าเอาไปแข่งอาจจะเป็นอันตรายกับเราและม้าด้วย จึงตัดสินใจใช้ม้าตัวเดิมคือ ริกกี้ลงแข่ง ซึ่งหลังจากนี้ไปก็จะกลับไปซ้อมให้หนักขึ้นอยากจะจูนตัวเองกับม้าใหม่ให้ปรับตัวเข้าหากันให้เร็วที่สุด เพื่อเตรียมควอลิฟายโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความฝันของ ปรีดิ์อัญ ที่อยากจะสานต่อให้ได้ ซึ่งตอนนี้โควตาโอลิมปิกของเอเชีย เหลือเพียงแค่ 1 ทีมกับ 2 บุคคล ซึ่งแน่นอนว่า ปรีดิ์อัญ ควอลิฟายบุคคล และตั้งเป้าต้องเป็น 1 ใน 2 ที่นั่งที่เหลือให้ได้ ฉะนั้นปีหน้าที่เริ่มควอลิฟาย อลป . 2020 ต้องตระเวนแข่งทำผลงานให้ดีที่สุด 15 สนามภายในปี 2019 เพื่อหวังจะคว้าตั๋วไปโอลิมปิกในครั้งนี้ให้ได้ โดยจะใช้ม้าควอลิฟาย 2 ตัวคือ ริกกี้ กลับ ม้าใหม่คือ มอแกน ซึ่งม้าตัวนี้ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ซื้อให้ราคาหลักสิบล้านค่ะ แต่ยังเปิดเผยตัวเลขจริงๆ ไม่ได้ต้องรอให้ผู้สนับสนุนเป็นผู้เปิดเผยด้วยตัวเองค่ะ”

“นอกจากโอลิมปิกแล้วซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ หากไม่ติดอะไร หรือติดแข่งที่ต้องเก็บแต้มควอลิฟายโอลิมปิก 2020 จะร่วมทิมชาติไทยลงชิงชัยอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาเจอกับอุปสรรคเรื่องของเวลาที่ทำให้ตนไม่สามารถร่วมทีมได้ แต่ถ้าไม่ติดอะไรจะลงชิงชัยในซีเกมส์ปีหน้าอย่างแน่นอนค่ะ เพราะอยากจะลงแข่งในมหกรรมแบบนี้สักครั้ง และจะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด สู้สุดความสามารถ ฉะนั้นในปีหน้า ปรีดิ์อัญ จะเดินตระเวนควอลิฟายเก็บคะแนนให้มากที่สุดเพื่อโควตาที่เหลืออยู่เพียง 2 ที่นั่งในโอลิมปิก และเพื่อผลงานในซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ในอนาคต”

ความปราชัยในอดีต มิใช่สิ่งที่เลวร้ายหรือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือความล้มเหลว แต่มันคือ “บทเรียน” ที่ทำให้ “ปรีดิ์อัญ” นำมาแก้ไขเพื่อทำวันนี้ให้ดีที่สุด !!!!